ช่างเชียงใหม่|แก้ไขระบบไฟเชียงใหม่|ช่างไฟเชียงใหม่|ช่างคอมพิวเตอร์|ปริ้นท์เตอร์|ติดต่อ 081-9987577:คุณหนิง , 086-6549814:คุณต้อม

เชียงใหม่ช่างติดตั้งโคมระย้าคริสตัล หรือ แชนเดอเลียร์ (chandelier)| ช่างเปลี่ยนโคมไฟเพดานคริสตัล เชียงใหม่| ช่างเปลี่ยนโคมไฟที่บ้าน| ช่างเปลี่ยนโคมไฟฟ้า(chandelier)| โคมไฟหัวเสาภายนอก|โคมไฟสนามภายนอก|โคมไฟไฮเบย์| โคมไฟดาวน์ไลท์ | เปลี่ยนดวงโคม| เปลี่ยนโคมระย้า เชียงใหม่|

เชียงใหม่ช่างติดตั้งโคมระย้าคริสตัล หรือ แชนเดอเลียร์ (chandelier)| ช่างเปลี่ยนโคมไฟเพดานคริสตัล เชียงใหม่| ช่างเปลี่ยนโคมไฟที่บ้าน| ช่างเปลี่ยนโคมไฟฟ้า(chandelier)| โคมไฟหัวเสาภายนอก|โคมไฟสนามภายนอก|โคมไฟไฮเบย์| โคมไฟดาวน์ไลท์ | เปลี่ยนดวงโคม| เปลี่ยนโคมระย้า เชียงใหม่|

 

สำนักงาน: ซีซีทีวี แอนด์ ไอที เซอร์วิส: กล้องวงจรปิดcctvเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง
ติดต่อที่: 081-9987-577 คุณหนิง  , 086-654-9814 คุณต้อม
เบอร์โทรร้าน: 053-510-798

อีเมลล์: cctv.onsite@gmail.com , com.lamphun@gmail.com

facebook-link   ok-line-jc1

โคมระย้า

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

โคมระย้า

โคมระย้า หรือ แชนเดอเลียร์ (chandelier) เป็นชื่อเรียกลักษณะของโคมไฟตกแต่งที่แขวนบนเพดาน ซึ่งปัจจุบันโดยทั่วไปจะพบโคมไฟลักษณะนี้ ตามห้องโถงของสถานที่หรูหรา เช่น โรงแรม หรือ บ้านคนรวย

คำว่า “chandelier” เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลเป็นอังกฤษว่า “candleholder” ซึ่งก็คือเชิงเทียนที่แขวนลงมาจากเพดาน แชนเดอเลียร์ในยุคแรกทำจากไม้รูปกากบาทอย่างง่ายๆ มีเหล็กแหลมไว้ปักเทียนข้างบน ใช้ในโบสถ์ทั่วยุโรป และในคฤหาสน์ของเศรษฐี ต่อมามีการพัฒนาโดยนำโลหะมาดัดจนมีลวดลายสวยงามประณีตอ่อนช้อย นอกจากจะแสดงถึงฐานะทางการเงินของเจ้าของบ้านที่มีแสงสว่างยามค่ำคืนในยุค นั้นแล้ว เสน่ห์ของแชนเดอเลียร์แบบดั้งเดิมอยู่ที่แสงเทียนและเงาที่เกิดจากลวดลายของ แชนเดอเลียร์

การนำกระจก แผ่นทองแดง และหินคริสตัลมาห้อยบนแชนเดอเลียร์ในยุคหลังๆทำให้มีแสงระยิบระยับมากขึ้น แต่หินคริสตัลหายากและราคาแพง ในปี1676 ช่างทำแก้วชาวอังกฤษจึงได้คิดค้นนำแก้วมาผสมกับสารตะกั่ว (lead oxide) แล้วเจียรจนมีประกายงดงามมากกว่าหินคริสตัล ในช่วงปี 1700 แชนเดอเลียร์เริ่มมีรูปทรงอ่อนช้อยมากขึ้น เมื่อมีการนำแก้วเป่ามาใช้ประดับแชนเดอเลียร์จากประเทศอิตาลีที่เรียกว่า สไตล์เวเนเชียน (Venetian Style)

กระแสความนิยมของแชนเดอเลียร์กลับมาพร้อมกับการใส่สีลงไปบนแก้ว เป็นสีสันของการตกแต่งยุคปัจจุบันบวกกับรูปทรงและลวดลายหรูหราของแชนเดอเลีย ร์ในอดีต แม้กระทั่งสีดำที่อาจจะดูไม่เข้าท่าในสมัยก่อน แต่ตอนนี้กลับดูสวยแปลกตาดี เหมาะกับการตกแต่งแนววินเทจ แนวโบฮีเมีย และ Classic-Chic ซึ่งเน้นการดึงลวดลายเก่าและใหม่มาผสมผสานกัน

โคมไฟระย้า มีกี่แบบ แตกต่างกันอย่างไร

ปัจจุบัน โคมไฟระย้าถูกทำขึ้นจากหลายวัตถุดิบ และหลายรูปแบบ จนทำให้ยากที่จะแบ่งว่ามีกี่แบบกี่ประเภท  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน โดยทั่วไปการเลือกใช้โคมไฟระย้า จะเลือกตามสไตน์การแต่งห้อง จึงนิยมเลือกใช้และเรียกกันตามแบบของการออกแบบ เช่น โคมไฟระย้าคลาสสิค โคมไฟระย้าโมเดิร์น โคมไฟระย้าLED เป็นต้น

สมัยก่อน หากไปตามโรงแรมต่างๆ ที่มีห้องโถงกว้างๆ เรามักจะ เห็นแชนเดอร์เลียร์คริสตัลขนาดใหญ่ รูปทรง Classic เป็นเหมือนพระเอกประจำห้องประชุมเหล่านั้น แต่เดี๋ยวนี้ แชนเดอร์เลียร์มีการพัฒนาทั้งรูปแบบ วัสดุ และขนาดมากขึ้น เพื่อให้เหมาะสมกับยุคสมัยด้วย โดยเราพอจะสรุปรูปแบบของแชนเดอร์เลียร์ที่นิยมนำมาตกแต่งได้ ดังนี้

แชนเดอร์เลียร์แบบ Classic   เป็นแชนเดอร์เลียร์รูปแบบ ดั่งเดิม เน้นสร้างความหรูหรา ภูมิฐาน ตัวแชนเดอร์เลียร์ประดับตกแต่งด้วยเม็ดคริสตัล และ นิยมลวดลายซับซ้อน ละเอียดอ่อน โครงหรือกิ่งก้านมักทำจากแก้ว เม็ดคริสตัลเมื่อกระทบกับแสงไฟจะส่งประกายระยิบระยับ นิยมเม็ดคริสตัลใส ส่วนมากจะใช้งานอยู่ตามตามโบสถ์สำคัญๆ ในต่างประเทศหรือสถานที่สำคัญๆ ในประวัติศาสตร์ เช่น พระราชวัง หรือ อาคารของรัฐบาล เป็นต้น

นอกจากกลุ่มแชนเดอร์เลียร์ คริสตัลแล้ว โคมไฟแชนเดอร์เลียร์ในกลุ่ม Classic ยังรวมไปถึงโคมไฟหิ่นอ่อน จำพวก Alabaster อีกด้วย ซึ่งโคมไฟกลุ่มนี้ จะให้อารมณ์ที่ออกเรียบ และ เย็นกว่า

แชนเดอร์เลียร์แบบ Comtemporary แชนเดอร์เลียร์ที่มีความ ร่วมสมัยมากขึ้น เป็นการผสมผสานกันระหว่างรูปแบบคลาสสิคกับรูปแบบในปัจจุบัน เราจึงได้เห็นวัสดุใหม่ๆ ถูกนำมาใช้กับแชนเดอร์เลียร์ เช่น ผ้า กระดาษสา เหล็กโครเมียม ทองเหลืองรมดำ แก้ว เขาหรือกระดูกสัตว์ แต่ก็อาจจะมีคริสตัลให้เห็นอยู่บ้าง ส่วนรูปทรงก็ค่อนมาทางเรียบๆ ไม่มีลวดลายซับซ้อนเท่ากับงาน classic โครงหรือกิ่งก้านจะเป็นโลหะ หรือวัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ เขาหรือกระดูกสัตว์ ส่วนใหญ่แล้วเห็นได้ตามโถงโรงแรมหรูๆ หรือสถานที่ที่ตกแต่งในบรรยากาศร่วมสมัย

แชนเดอร์เลียร์ Modern Classic เป็นแชนเดอร์เลียร์ที่มี พื้นฐานมาจากแชนเดอร์เลียร์กลุ่ม classic เพิ่มเติมความทันสมัยด้วย วัสดุใหม่ๆ เช่น โครงหรือกิ่งก้านเป็นเหล็ก ตัวโคมที่ทำจากผ้า หรือแก้วเป่า เน้นความรู้สึกเรียบง่าย อบอุ่น แต่เริ่มมีสีสันมากขึ้น รูปทรงยังคงความอ่อนช้อยงดงามแบบ classic ถ้าเคยเข้าไปใช้บริการร้านค้าต่างๆ ที่ตกแต่งในสไตล์ boutique shop อย่างร้านเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายแถวๆ สยาม ก็จะเห็นแชนเดอร์เลียร์ประเภทนี้ตกแต่งอยู่ภายในร้าน

แชนเดอร์เลียร์ Modern แชนเดอร์เลียร์สมัยใหม่ที่เน้นความ สวยงามแบบเรียบง่าย ไม่เหลือเค้าโครงแบบดั่งเดิมเลย ตกแต่งด้วยดวงโคมน้อยชิ้นเน้นรูปทรงเรขาคณิต ไม่โค้งมนมากนัก และจะไม่มีคริสตัลในแชนเดอร์เลียร์ประเภทนี้เลย แต่จะใช้วัสดุต่างๆ กันไปแล้วแต่ดีไซน์ เช่น เรซิ่น เหล็ก สเตนแลส และด้วยความที่รูปทรงเรียบง่ายก็เลยทำให้บางคนรู้สึกว่าดูแข็งเกินไป ไม่สวยงามนัก จึงเหมาะกับบ้านสไตล์โมเดิร์นเสียเป็นส่วนใหญ่

อ้างอิง

  • McCaffety, Kerri. The Chandelier Through the Centuries. Vissi d’Arte Books: 2007. ISBN 978-0970933652.

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *